วันศุกร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

กัณฑ์ที่ ๒ ก้ณฑ์หิมพานต์
เป็นกัณฑ์ที่พระเวสสันดรบริจาคทานช้างปัจจัยนาคแก่พราหมณ์ทั้ง ๘

เนื้อเรื่องโดยย่อ พระนางผุสดีได้ลงมาจุติเป็นราชธิดาของพระเจ้ามัททราช เมื่อพระชนม์ได้ ๑๖ ชันษา จึงได้อภิเษกสมรสกับพระเจ้าสญชัยแห่งสีพีนคร ต่อมาได้ประสูติพระโอรสนามว่า "เวสสันดร" ในวันที่ประสูตินั้นได้มีนางช้างฉัททันต์ตกลูกเป็นช้างเผือกขาวบริสุทธิ์ จึงนำมาไว้ในโรงช้างให้นามว่า "ปัจจัยนาค" เป็นช้างแก้วอุดมด้วยมงคลลักษณะอันเป็นเลิศ  เมื่ออยู่ในที่ใดก็จะบันดาลให้พื้นที่นั้นมีฝนน้ำข้าวปลาบริบูรณ์ เป็นช้างต้นคู่บุญพระเวสสันดร ถือเป็นบุพนิมิตมงคลของพระนครสีพี  เมื่อพระเวสสันดรเจริญชนม์ ๑๖ พรรษา พระราชบิดาก็ยกสมบัติให้ครอบครองและทรงอภิเษกกับนางมัทรี พระราชธิดาราชวงศ์มัททราช มีพระโอรส ๑ องค์ ชื่อ "ชาลี" และราชธิดาชื่อ "กัณหา" พระองค์ได้ทร้างโรงทาน บริจาคทานแก่ผู้เข็ญใจ ต่อมาพระเจ้ากาลิงคะได้ส่งพราหมณ์แปดคนมาขอพระราชทานช้างปัจจัยนาค พระเวสสันดรทรงพระราชทานช้างปัจจัยนาคแก่พระเจ้ากลิงคะ ชางเมืองสีพีเห็นพระเวสสันดรทรงบริจาคช้างปัจจัยนาคคู่บ้านคู่เมืองไปก็ไม่พอใจ ขอให้พระเจ้าสญชัยขับพระเวสสันดรไปเสียจากเมืองสีพี พระเจ้าสญชัยจึงจำพระทัยเนรเทศพระเวสสันดรออกจากเมือง

ข้อคิดประจำกัณฑ์  :  ๑. คนดีเกิดมายังโลกาให้ร่มเย็น   ๒. หากปราศจากการเสียสละแล้วโลกาคงถึงกาลพินาศ  ๓. การทำความดี มักมีอุปสรรค  มารไม่มีบารมีไม่มา  บารย่งมีบารมียิ่งแก่กล้า  อุปสรรค์ปัญหาเป็นที่มาแห่งความสำเร็จ  ๔. เป้าหมายของการเสียสละ อยู่ที่โพธิญาณมิหวั่นไหวแม้จะได้รับทุกข์

อานิสงส์ของการบูชากัณฑ์หิมพานต์  :  ผู้บูชากัณฑ์หิมพานต์ ย่อมได้สิ่งที่ปรารถนาทุกประการ  ครั้นตายแล้วได้บังเกิดในสุคติโลกสวรรค์  เสวยสมบัติอันมโกฬาร มีบริวารแวดล้อมบำรุงบำเรออยุ่เป็นนิตย์  จุติจากสวรรค์แล้วจะมาเกิดในตระกูลขัตติยะมหาศาลหรือตระกูลพราหมณ์มหาศาล  อันบริบูรณ์ด้วยทรัพย์ศฤงคาร  บริวารมากมายนานาประการ เช่น โค กระบือ ช้าง รถ ยานพาหนะ จนนับประมาณมิได้  ประกอบ้วยสุขกายสบายใจทุกอิริยาบถ ฯ

ประดับด้วยพระคาถา  :  ๑๓๔ พระคาถา

เพลงประจำกัณฑ์  :  เพลง  "ตวงธาตุ" ประกอบด้วยกิริยาอวยทานมุ่งประกอบกิริยาที่พระเวสสันดรทรงบริจาคทาน

พระนิพนธ์  :  สมเด็จพระมหาสมณเจ้า  กรมพระปรมานุชิตชิโนรส

ที่มา :  หนังสือเทศน์มหาชาติเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุ ๘๐ พรรษา  ในวาระโรงเรียนยานนาเวศวิทยาคม สถาปนาครบ ๕๐ ปี

ภาพประกอบ :  http:// www.palungjit.com


วันศุกร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2553


กัณฑ์ที่ ๙ กัณฑ์มัทรี
เป็นกัณฑ์ที่พระนางมัทรีได้ตัดความห่วงหาอาลัยในสายเลือด อนุโมทนาทานโอรสทั้งสองแก่ชูชก  



เนื้อเรื่องโดยย่อ  พระนางมัทรีออกหาผลไม้ในป่า จนคล้อยเย็นจึงเดินทางกลับอาศรม  พบพญาสัตว์ทั้ง สามคือ ราชสีห์  เสือโคร่ง เสือเหลือง  ซึ่งเป็นเทวดาแปลงกายนอนขวางทางกลับไม่ได้  พระนางนึกถึงพระลูกรักผัวขวัญ และนึกถึงความฝันเมื่อคืนแล้ว ทำให้นางประนมกร  ทูลขอหนทางต่อพญาสัตว์ทั้ง ๓ เมื่อกลับมาอาศรมแล้วไม่พบสองกุมาร  จึงอ้อนวอนถามพระเวสสันดร พระเวสสันนดรไม่ตรัสตอบด้วย  พระนางจึงออกเที่ยวตามหาอยู่ตลอดคืน  จนรุ่งเช้าจึงกลับมาอาศรม ด้วยความอิดโรยอ่อนพระทัยจึงสลบไป   พระเวสสันดร ตกพระทัยสำคัญว่าพระนางสิ้นใจ  จึงรำพันถึงความเศร้าโศก ครั้งสร่างโศกจึงพิจารณาทราบว่าเป็นแต่สลบไป  เมื่อพระนางมัทรีฟื้นพระเวสสันดรจึงบอกความจริงว่าได้ประทานโอรสและธิดาแก่ชูชกแล้ว  หากชีวิตไม่สิ้นคงได้พบกัน และขอให้พระนางได้อนุโมทนาทานด้วย  พระนางจึงได้อนุโมทนาในปิยะบุตรทาน

ข้อคิดประจำกัณฑ์  ลูกคือดวงตาดวงใจของพ่อแม่ ลูกดีชื่นใจพ่อแม่ ลูกแย่พ่อแม่ช้ำใจ  รักใครเล่าจะเท่าพ่อแม่รัก ห่วงใครเล่าจะเท่าพ่อแม่ห่วง หวงอะไรเล่าจะเท่าพ่อแม่หวง ให้ใครเล่าจะเท่าพ่อแม่ให้  เพราะฉะนั้นไซ้รพึงเป็นลูกแล้ว ลูกขวัญ  ลูกกตัญญูที่ชาวโลกก็อนุโมทนา เทวดาก็ชื่นชม พรหมก็สรรเสริญ

อานิสงส์การบูชากัณฑ์มัทรี   ผู้บูชากัณฑ์มัทรี เกิดในโลกหน้าจะเป็นผู้มั่งคั่ง  สมบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติ  เป็นผู้มีอายุยืนยาว  ทั้งประกอบด้วยรูปโฉมงดงามกว่าคนทั้งหลาย จะไปในที่ใด ๆ ก็จะมีแต่ความสุขทุกแห่งหน

กัณฑ์มัทรีประดับด้วยพระคาถา   :  ๙๐  พระคาถา

เพลงประจำกัณฑ์   :   เพลง"ทะยอยโอด"  ประกอบกิริยาคร่ำครวญหวนไห้ของพระนางมัทรี เมื่อตามหาพระโอรสและพระธิดาไม่พบ

ผู้นิพนธ์  :  เจ้าพระยาพระคลัง (หน)                

ที่มา : หนังสือเทศน์มหาชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุ ๘๐พรรษา ในวาระโรงเรียนยานนาเวศวิทยาคม ครบ ๕๐ ปี



เทศน์มหาชาติกัณฑ์มัทรี
ณ หอประชุมราชพฤกษ์  โรงเรียนยานนาเวศวิทยาคม
วันที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๓

                                   

                                    

  
                                   

                                     
                                                                                         
                                      

                     

ประธานกัณฑ์มัทรี

                                     

ประธานจุดเทียนกัณฑ์
                                     

                                     

                                     

                                       
                                                                                          
                                      

                                       

                                      

                                      

                                      

                                      

                                      
                       ละครกัณฑ์มัทรี แสดงโดยนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ กลุ่ม ๓
                ควบคุมการแสดงโดยอาจารย์สมาภา  ชัยจินดา
                กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ  
                                      

                                      

                                      
                                    
                                     

                                     

                                     
                               
                                     

                                      

                                     

                                     


                                                                        
ภาพ :  อาจารย์พิศิษฐ์   ตั้งไชยวรวงศ์