กัณฑ์ที่ ๙ กัณฑ์มัทรี
เป็นกัณฑ์ที่พระนางมัทรีได้ตัดความห่วงหาอาลัยในสายเลือด อนุโมทนาทานโอรสทั้งสองแก่ชูชก
เนื้อเรื่องโดยย่อ พระนางมัทรีออกหาผลไม้ในป่า จนคล้อยเย็นจึงเดินทางกลับอาศรม พบพญาสัตว์ทั้ง สามคือ ราชสีห์ เสือโคร่ง เสือเหลือง ซึ่งเป็นเทวดาแปลงกายนอนขวางทางกลับไม่ได้ พระนางนึกถึงพระลูกรักผัวขวัญ และนึกถึงความฝันเมื่อคืนแล้ว ทำให้นางประนมกร ทูลขอหนทางต่อพญาสัตว์ทั้ง ๓ เมื่อกลับมาอาศรมแล้วไม่พบสองกุมาร จึงอ้อนวอนถามพระเวสสันดร พระเวสสันนดรไม่ตรัสตอบด้วย พระนางจึงออกเที่ยวตามหาอยู่ตลอดคืน จนรุ่งเช้าจึงกลับมาอาศรม ด้วยความอิดโรยอ่อนพระทัยจึงสลบไป พระเวสสันดร ตกพระทัยสำคัญว่าพระนางสิ้นใจ จึงรำพันถึงความเศร้าโศก ครั้งสร่างโศกจึงพิจารณาทราบว่าเป็นแต่สลบไป เมื่อพระนางมัทรีฟื้นพระเวสสันดรจึงบอกความจริงว่าได้ประทานโอรสและธิดาแก่ชูชกแล้ว หากชีวิตไม่สิ้นคงได้พบกัน และขอให้พระนางได้อนุโมทนาทานด้วย พระนางจึงได้อนุโมทนาในปิยะบุตรทาน
ข้อคิดประจำกัณฑ์ ลูกคือดวงตาดวงใจของพ่อแม่ ลูกดีชื่นใจพ่อแม่ ลูกแย่พ่อแม่ช้ำใจ รักใครเล่าจะเท่าพ่อแม่รัก ห่วงใครเล่าจะเท่าพ่อแม่ห่วง หวงอะไรเล่าจะเท่าพ่อแม่หวง ให้ใครเล่าจะเท่าพ่อแม่ให้ เพราะฉะนั้นไซ้รพึงเป็นลูกแล้ว ลูกขวัญ ลูกกตัญญูที่ชาวโลกก็อนุโมทนา เทวดาก็ชื่นชม พรหมก็สรรเสริญ
อานิสงส์การบูชากัณฑ์มัทรี ผู้บูชากัณฑ์มัทรี เกิดในโลกหน้าจะเป็นผู้มั่งคั่ง สมบูรณ์ด้วยทรัพย์สมบัติ เป็นผู้มีอายุยืนยาว ทั้งประกอบด้วยรูปโฉมงดงามกว่าคนทั้งหลาย จะไปในที่ใด ๆ ก็จะมีแต่ความสุขทุกแห่งหน
กัณฑ์มัทรีประดับด้วยพระคาถา : ๙๐ พระคาถา
เพลงประจำกัณฑ์ : เพลง"ทะยอยโอด" ประกอบกิริยาคร่ำครวญหวนไห้ของพระนางมัทรี เมื่อตามหาพระโอรสและพระธิดาไม่พบ
ผู้นิพนธ์ : เจ้าพระยาพระคลัง (หน)
ที่มา : หนังสือเทศน์มหาชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมายุ ๘๐พรรษา ในวาระโรงเรียนยานนาเวศวิทยาคม ครบ ๕๐ ปี
เทศน์มหาชาติกัณฑ์มัทรี
ณ หอประชุมราชพฤกษ์ โรงเรียนยานนาเวศวิทยาคม
วันที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ.๒๕๕๓
ประธานกัณฑ์มัทรี
ประธานจุดเทียนกัณฑ์
ละครกัณฑ์มัทรี แสดงโดยนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ กลุ่ม ๓
ควบคุมการแสดงโดยอาจารย์สมาภา ชัยจินดา
กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
ภาพ : อาจารย์พิศิษฐ์ ตั้งไชยวรวงศ์